ปรับเปลี่ยน 3 พฤติกรรม ลด 4 โรคเรื้อรัง สาเหตุของการเสียชีวิต 50% ของคนทั่วโลก

 

การมีสุขภาพดี ไม่มีโรคภัย นับเป็นสิ่งที่คนเราต้องการ แต่ทว่าฆาตกรเงียบซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตส่วนใหญ่ของคนทั่วโลกมาจากกลุ่มโรค NCDs

กลุ่มโรค NCDs หรือ กลุ่มโรคไม่ติดต่อ ซึ่งไม่สามารถแพร่กระจายไปสู่คนอื่นได้ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง ซึ่งกลุ่มโรคเหล่านี้นอกจากจะมีลักษณะร่วมคือ ไม่ติดต่อ และ เรื้อรัง แล้ว ยังมีลักษณะร่วมที่สำคัญมากอีกอย่างคือ ส่วนใหญ่เป็นโรคจากการทำร้ายตัวเองด้วยการใช้ชีวิตเสี่ยงจากการไม่ออกกำลังกาย ทานอาหารไม่มีประโยชน์ สูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป

 


 

ทั้งนี้ Oxford Health Alliance องค์กรเพื่อสุขภาพในประเทศอังกฤษ ได้ศึกษาและนำเสนอ “โมเดล 3-4-50” เพื่อการมีสุขภาพดีด้วยตัวคุณเอง นั่นคือ การปรับเปลี่ยน 3 พฤติกรรมเสี่ยงที่กระตุ้นให้เกิดโรค คือ ทานอาหารไม่มีประโยชน์และลดความอ้วนแบบไม่มีคุณภาพ ออกกำลังกายไม่เพียงพอ และสูบบุหรี่ ซึ่งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจะช่วยป้องกัน 4 โรคเรื้อรังที่เกิดจากการใช้ชีวิตไม่เหมาะสม ได้แก่ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคปอดเรื้อรัง และ โรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต 50% ของคนทั่วโลก จากสถิติขององค์การอนามัยโลก

 


 

ในขณะที่รายงานสุขภาพคนไทย ปี 2557 โดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เผยว่าในปี พ.ศ. 2556  71% ของผู้เสียชีวิตในประเทศไทยหรือประมาณ 501,000 คน มีสาเหตุจากโรคกลุ่ม NCDs สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน อย่างลาว ที่มีอัตราการเสียชีวิต 48% กัมพูชา 52% พม่า 59% ฟิลิปปินส์ 67% และต่ำกว่าประเทศพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐอเมริกาที่มีอัตราการเสียชีวิต 81% หรือสิงคโปร์ 76% จากโรคกลุ่ม NCDs สะท้อนว่าคนไทยและคนในหลายประเทศทั่วโลกมีปัญหาด้านพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เสี่ยงทำให้เป็นโรค

ทั้งนี้ มีการศึกษาวิจัยพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรค NCDs ของคนไทย พบว่า

  • คนไทยใช้เวลาเฉลี่ย 13.5 ชม. ต่อวัน ในการนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์และกิจกรรมที่เคลื่อนไหวร่างกายน้อย แต่ใช้เวลาเพียง 2 ชม. ต่อวันในการเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น เดิน ทำงานบ้าน เดินทาง ฯลฯ
  • 20% ของค่าใช้จ่ายด้านอาหาร คือ ค่าอาหารสำเร็จรูป
  • สัดส่วนของรายได้ที่นำมาใช้จ่ายกับอาหารประเภทแป้งและผักผลไม้ที่นำมาปรุงเองลดลง
  • บริโภคอาหารที่มีไขมัน น้ำตาล และเกลือสูง โดยปริมาณของแคลอรีจากการบริโภคอาหารไขมันสูงเพิ่มขึ้นในอัตรา 15% ระหว่าง พ.ศ. 2503-2546
  • คนไทยมีอัตราการบริโภคเครื่องดื่มประเภทน้ำหวานและน้ำอัดลมสูงเป็นอันดับหนึ่งในอาเซียน หรือ 41 ลิตรต่อคนต่อปี
  • หนึ่งในสามของคนไทยอายุระหว่าง 25-59 ปี ดื่มเครื่องดื่มประเภทน้ำหวานและน้ำอัดลมเป็นประจำทุกวัน
  • คนไทยอายุมากกว่า 15 ปี ที่สูบบุหรี่มีจำนวน 11.4 ล้านคนในปี พ.ศ. 2557 เพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2556 ถึง 21%
  • คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป มีอัตราการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สูงกว่า 7.1 ลิตรต่อปีโดยเฉลี่ย ซึ่งสูงกว่าอัตราเฉลี่ยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถึง 2 เท่า

 


 

จะเห็นได้ว่า เพื่อลดอัตราการเกิดโรค NCDs คนไทยจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น ทั้งการทำความเข้าใจสุขภาพ และรู้จักและเข้าใจสุขภาพของตน เพื่อการปรับปรุงสุขภาพให้ดียิ่งขึ้นต่อไป  ดร. ปิยวัฒน์ เกตุวงศา อาจารย์และนักวิจัย สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า จากผลการวิจัยและการศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่า ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพ จะต้องได้รับแรงกระตุ้น ความสำคัญของสิ่งแวดล้อม และความเคยชิน ปัจจุบันได้มีการนำเอาหลักเศรษฐศาสตร์เชิงพฤติกรรมมาช่วยเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เพื่อให้สามารถเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตทำได้ง่ายขึ้น โดยการ “สะกิด” หรือใช้แรงจูงใจ ที่มีผลต่อการตัดสินใจในกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันเพื่อนำไปสู่การมีสุขภาพดีในอนาคต

 


 

“บุคคลจำนวนมากประสบปัญหาไม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อการดูแลรักษาสุขภาพบางคน อาจเพราะไม่มีความมุ่งมั่นหรือแรงบันดาลใจเพียงพอ ทำให้ถอดใจไปในระหว่างการดูแลรักษาสุขภาพ และคนจำนวนมากที่ถอดใจนี้ ในที่สุดก็ต้องตกเป็นเหยื่อของภาวะสุขภาพไม่ดีหรือโรคร้ายต่าง ๆ ซึ่งการมีสุขภาพดีต้องอาศัยความมุ่งมั่น การวางแผน การติดตามผลและการประเมินวิเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพ  เพราะการมีสุขภาพดีนั้น ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ค่าหมอค่ารักษาพยาบาล ค่ายา และค่าดูแลรักษาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่ลดลงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการมีชีวิต มีสุขภาพดี สามารถใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ในทุก ๆ วัน” ดร.ปิยวัฒน์ กล่าวสรุป

สำหรับหลาย ๆ คนที่ประสบปัญหาในการเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อให้มีสุขภาพดี อาจต้องใช้วิธีหาแรงจูงใจที่จะช่วยรักษาพฤติกรรมที่ดีในการดูแลสุขภาพให้ยืนยาวเป็นทางออกในการเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างได้ผล เพื่อช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคต่าง ๆ ได้ในระยะยาวและนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีของคุณเอง ซึ่งเราก็มีข่าวดีสำหรับคนที่กำลังมองหาแรงจูงใจที่ว่านี้ เพราะ เอไอเอ ประเทศไทย เพิ่งเปิดตัวโครงการ เอไอเอ ไวทัลลิตี้ (AIA Vitality) ไปสดๆ ร้อนๆ เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะสร้างแรงจูงใจให้คุณหันมาปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้ดีขึ้น

 

 

 

 

More
รวมมาให้ 9 ความเชื่อจริงชัวร์หรือมั่วนิ่ม การปฏิบัติตัวช่วง COVID-19
ใส่หน้ากากอย่างไร ให้ถูกหลักอนามัย และปลอดภัยจากโควิด-19
PM 2.5 กับผลกระทบทางผิวหนัง
เรียนรู้สู้โควิด-19 ไปพร้อมกัน
วิทยาศาสตร์ฯ มธ. เปิด 4 ทริครับมือ COVID-19 DIY หน้ากากผ้าเส้นใย “นิตเจอร์ซี่” ราคาถูก ดีไซน์ไม่ซ้ำ ใช้ซ้ำได้
Others
“เนโกะ จัมพ์” จัดให้เน้นๆ ร้องฉ่าทุกองศา ลงมิวสิกฯ “Show Me Please” (โชว์ มี พลีส)
"BTOB" เตรียมแลนด์ดิ้ง พบ "เมโลดี้ไทย" วันอาทิตย์นี้!!!
Shiseido White Lucent แรงบันดาลใจของเลเซอร์ทรีทเมนท์ สู่วิทยาการใหม่ล่าสุดเพื่อการลดเลือนจุดด่างดำอย่างได้ผล
แอคคอร์ โฮเทลส์ “ฮาร์ทเบรก ฮิลล์” มินิ มาราธอน ครั้งที่ 5 – ใจละลายที่ปลายแหลม
ฮาร์ดร้อค คาเฟ่ จัดใหญ่ฉลองครบรอบ 25ปี ตำนานร้านอาหารแห่งเสียงเพลงคู่สยามสแควร์ 25th Anniversary Hard Rock Cafe Bangkok
Latest
นมอัลมอนด์ แหล่งรวมสารอาหาร ปกป้องผิวสู้รังสี UV
เตรียมพบ มุก-พิชานา"!!! ในผลงานการแสดงที่ร่วมกับ โมโน ออริจินัล
คาเฟ่ดอยตุงจับคู่ Drink & Bakery ให้ชิมถึงบ้าน
บาระ ชวนสาวๆจัดการปัญหาผิวเครียดด้วย “เพอเฟคเชิน ยูท สกิน อิมัลชั่น”
“แอน เจเคเอ็น” เจ้าแม่อาณาจักรคอนเทนต์ โกยรายได้ไม่หยุด กินรวบ 5 ช่องทีวีดิจิทัลชั้นนำในไทย ปิดดีลกวาดรายได้ทั่วโลกมหาศ...

 

 

Top Hits
รู้จักเนื้อวัว 3 สัญชาติที่ถูกปากคนไทยมากๆ
Za DEEP HYDRATION ผิวเปล่งปลั่งอิ่มน้ำมีประกาย สวยตั้งแต่วินาทีนี้
Good Girl Collector Edition Velvet Fatale กลิ่นหอมที่เปรียบเสมือนอาวุธแห่งความเย้ายวนที่ร้ายแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ลดอาการปวดเมื่อยด้วย “ท่านอนที่ถูกวิธี”
Bruce Jenner ตัดสินใจเป็นผู้หญิงในวัย 65 ปี
10 อันดับอาหารคอเลสเตอรอลสูง
เธอคือใคร? Hailey Baldwin สาวที่ Justin คิสในไอจี